เมื่อ : 23 เม.ย. 2569

วันที่ 22 เมษายน 2569 กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดยมี ดร.พจมาน ท่าจีน รองอธิบดี รักษาราชการแทน อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ และ ดร.โศรดา วัลภา รองผู้ว่าการบริการอุตสาหกรรม ผู้แทน ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ร่วมลงนาม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บุคลากรจากทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยาน ผ่านระบบออนไลน์ (Zoom) วัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการให้บริการทดสอบและสอบเทียบของประเทศให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล

เป้าหมายสำคัญภายใต้กรอบความร่วมมือดังกล่าว ทั้ง วศ. และ วว. มุ่งสนับสนุนและส่งเสริมการให้บริการทดสอบและสอบเทียบให้สามารถตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม วิสาหกิจชุมชน และชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้มาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับสากล พร้อมทั้งส่งเสริมการถ่ายโอนภารกิจในขอบข่ายที่หน่วยงานมีศักยภาพ ตลอดจนร่วมกันกำหนดทิศทางและวางแผนพัฒนาขีดความสามารถของห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ของประเทศ

ดร.พจมาน ท่าจีน รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดี วศ. กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการภารกิจด้านห้องปฏิบัติการของประเทศ เพื่อยกระดับงานทดสอบและสอบเทียบให้มีความน่าเชื่อถือ ได้มาตรฐานสากล และสามารถตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม วิสาหกิจชุมชน และประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยครอบคลุมถึงการถ่ายโอนภารกิจที่เหมาะสมและการใช้ทรัพยากรและศักยภาพร่วมกันอย่างคุ้มค่า อันจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน ขณะเดียวกันยังมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากร การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดจนการต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศ และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ด้าน ดร.โศรดา วัลภา รองผู้ว่าการบริการอุตสาหกรรม สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เรามีเป้าหมายสำคัญในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาใช้เป็นกลไกในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และขีดความสามารถของประเทศ โดยความร่วมมือในครั้งนี้มุ่งเน้นการสนับสนุนและส่งเสริมการให้บริการทดสอบและสอบเทียบให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับสากล สามารถตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม วิสาหกิจชุมชน และชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งดำเนินการถ่ายโอนภารกิจในขอบข่ายที่ วว. มีศักยภาพและความพร้อมควบคู่กับการร่วมกำหนดทิศทางและพัฒนาขีดความสามารถของห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ของประเทศ ตลอดจนการสร้างความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรมร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ทั้งสองหน่วยงานยังมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวิธีการทดสอบและสอบเทียบ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร รวมถึงการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพของประเทศ โดยจะร่วมกันดำเนินงานภายใต้กรอบความร่วมมือ สนับสนุนการใช้ทรัพยากร องค์ความรู้ และบุคลากรร่วมกัน พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลการให้บริการ เพื่อยกระดับห้องปฏิบัติการให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025 และขับเคลื่อนการพัฒนาห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ของประเทศไทยให้ก้าวสู่ระบบคุณภาพอย่างยั่งยืน