วช. ร่วม STS forum ประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือ ขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์–นวัตกรรม และการพัฒนานักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ในงาน STS forum Japan–Thailand Symposium 2026
วันที่ 24 เมษายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ STS forum จัดพิธีนำเข้าสู่งาน STS forum Japan–Thailand Symposium 2026 ภายใต้หัวขัอ The Great Convergence: AI-Driven Health, Environment and Bio-Economy พร้อมแถลงประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือระหว่างทั้งสองหน่วยงาน โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และ Prof. Sadayuki Tsuchiya, Executive Director of STS forum ร่วมเป็นประธานในพิธี ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น โดยมุ่งเน้นบทบาทของเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการรับมือกับความท้าทายระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สุขภาพ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “The Great Convergence” ซึ่งบูรณาการองค์ความรู้ด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจชีวภาพ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน
ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมแถลงประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือ โดยย้ำถึงความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่นในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมผลักดันความร่วมมือภายใต้กรอบ STS อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาเวที STS forum Japan–Thailand Symposium ให้เป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการขยายการมีส่วนร่วมในเวที STS Annual Meeting ณ นครเกียวโต
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยมุ่งส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการตั้งแต่ระดับการศึกษา ไปจนถึงการสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมในอนาคต
สำหรับบทบาทของแต่ละหน่วยงาน วช. จะทำหน้าที่สนับสนุนทุนวิจัยและขับเคลื่อนนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมของประเทศ ขณะที่ STS forum จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ
ทั้งนี้ การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของประเทศไทยในฐานะเวทีกลางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของภูมิภาค และเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต
