เมื่อ : 6 พ.ค. 2569

วันวิสาขบูชา เป็นวันที่พุทธศาสนิกชนทั่วโลกร่วมกันน้อมรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญยิ่ง 3 ประการของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้แก่ การประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ซึ่งตรงกับวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 (หรือเดือน 7 ในปีอธิกมาส) อีกทั้งองค์การสหประชาชาติได้มีมติรับรองให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากลของโลก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 สะท้อนถึงคุณค่าแห่งพระพุทธศาสนาในฐานะมรดกทางจิตใจและภูมิปัญญาของมนุษยชาติ

นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ได้กำหนดจัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา ประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้แนวคิด “จุดประทีป 1 ล้านดวง สวดมนต์ 1 ล้านจบ ถวายพุทธบูชา วันวิสาขบูชาโลก” ซึ่งการจุดประทีป เป็นสัญลักษณ์แห่งปัญญา ช่วยขจัดความมืดในจิตใจ ก่อให้เกิดอานิสงส์นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง ปัญญาแจ่มใส ตลอดจนเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ในขณะที่การสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย เป็นการฝึกจิตใจให้สงบ มีสติ ลดความฟุ้งซ่าน ก่อให้เกิดปัญญาและความเข้มแข็งทางจิตใจ อันเป็นรากฐานสำคัญของการดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนและประชาชนทุกภาคส่วน ได้ร่วมกันบำเพ็ญกุศล สืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม พร้อมทั้งน้อมนำหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างเป็นรูปธรรม โดยการน้อมรำลึกถึงเหตุการณ์ของวันสำคัญ คือ วันประสูติ ที่สะท้อนความยิ่งใหญ่ของความเป็นมนุษย์ เมื่อพระพุทธองค์ทรงเปล่งวาจาว่า “...เราเป็นเลิศในโลก เราเป็นผู้เจริญที่สุดในโลก เราเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในโลก การเกิดครั้งนี้ของเราเป็นครั้งสุดท้าย ภพใหม่ต่อไปไม่มีสำหรับเรา...” วันตรัสรู้ คือวันที่พระพุทธองค์ได้แสวงหาความหลุดพ้น ด้วยความจริงอันยิ่งใหญ่ คือ “อริยสัจ 4” อันเป็นหนทางแห่งการดับทุกข์ และวันปรินิพพาน เป็นการแสดงให้เห็นถึงไตรลักษณ์ คือ ไม่เที่ยง ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ และไม่มีตัวตน แม้พระพุทธองค์ก็ยังดำรงอยู่ในไตรลักษณ์นี้ เหลือไว้เพียงพระธรรมวินัย ที่ถือเป็นตัวแทนของพระพุทธองค์ให้พุทธศาสนิกชนได้น้อมนำไปปฏิบัติสืบไป

กิจกรรมในส่วนกลาง กรุงเทพมหานคร เตรียมจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 29 - 31 พฤษภาคม 2569 ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เขตดุสิต โดยเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. ภายในงานมีกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและกิจกรรมสร้างสรรค์มากมาย อาทิ การสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญภายในวัด ได้แก่ พระพุทธชินราช พระบรมราชสรีรางคาร รัชกาลที่ 5 พระพุทธรูป 3 ปาง (ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน) ซึ่งอัญเชิญจากประเทศอินเดียมาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ ด้านหน้าพระอุโบสถ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม และพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5


นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสริมสร้างความเป็นสิริมงคล อาทิ พิธีรดน้ำและห่มผ้าต้นพระศรีมหาโพธิ์ เพื่อความสงบร่มเย็น ชมการสาธิตการพับดอกบัว ชม ชิม ช้อป ผลิตภัณฑ์อาหารชุมชน ตลอดจนการทำวัตรเย็น เจริญพระพุทธมนต์บท “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” และเจริญภาวนา ชมบรรยากาศอันงดงามของสวนแสง “ประทีปแห่งศรัทธา” ที่จัดแสดงอย่างตระการตา ณ โพธิมณฑล สัตตมหาสถาน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดไฮไลต์สำหรับผู้เข้าร่วมงาน

ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา จะมีกิจกรรมสำคัญตั้งแต่ช่วงเช้า ได้แก่ พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ พิธีแห่ผ้าห่มและไม้ค้ำต้นพระศรีมหาโพธิ์ พิธีจุดประทีป และการสวดมนต์บทพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ ทำนองสรภัญญะ พร้อมทั้งพิธีเวียนเทียนและถวายผ้าป่า เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยบรรยากาศภายในงานจะสว่างไสวด้วยแสงแห่งศรัทธาตลอดค่ำคืน


อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวต่อไปว่า สำหรับการจัดกิจกรรมในส่วนภูมิภาค กรมการศาสนาได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศ บูรณาการการทำงานร่วมกับคณะสงฆ์ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ อาทิ พิธีเจริญพระพุทธมนต์ ทำบุญตักบาตร ปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา การห่มผ้าพระธาตุเจดีย์ และเวียนเทียน เป็นต้น

และกิจกรรม “จุดประทีป 1 ล้านดวง สวดมนต์ 1 ล้านจบ ถวายพุทธบูชา วันวิสาขบูชาโลก” 

กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ได้เดินหน้าขับเคลื่อนการจัดกิจกรรม โดยบูรณาการความร่วมมือกับจังหวัดที่มีศักยภาพโดดเด่นทั้งด้านวัฒนธรรมและสถานที่ เพื่อยกระดับให้เป็นกิจกรรมสำคัญในระดับภูมิภาค สะท้อนพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชนอย่างยิ่งใหญ่ จำนวน 9 จังหวัด ได้แก่ 1. วัดธาตุน้อย จังหวัดนครศรีธรรมราช 2. วัดพระบาทมิ่งเมือง จังหวัดแพร่ 3. วัดศรีโคมคำ จังหวัดพะเยา 4. วัดผาซ่อนแก้ว จังหวัดเพชรบูรณ์ 5. วัดพระธาตุเชิงชุม จังหวัดสกลนคร 6. วัดต้นเลียบ จังหวัดสงขลา 7. วัดตระพังทอง จังหวัดสุโขทัย 8. วัดอุโปสถาราม จังหวัดอุทัยธานี 9. วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง จังหวัดอุตรดิตถ์ และวัดสำคัญทุกจังหวัดทั่วประเทศ


อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการจัดกิจกรรมในปีนี้ มุ่งเน้นให้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศร่วมกันสร้าง “สัญลักษณ์แห่งแสงสว่างทางปัญญาและศรัทธา” โดยเปิดโอกาสให้แต่ละพื้นที่สามารถออกแบบและประยุกต์รูปแบบการจัดวางโคมประทีปให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น ควบคู่กับการคำนึงถึงความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด พร้อมส่งเสริมการใช้วัสดุในท้องถิ่นอย่างสร้างสรรค์ และในกรณีพื้นที่จำกัด สามารถปรับใช้โคมไฟหรือเทียนไฟฟ้าแทนได้ตามความเหมาะสม


นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม “ไทไทย สร้างพลังวัฒนธรรม สร้างสุข สร้างอนาคต (Empowering Culture for Better Living)” ภายใต้แนวคิด “Ministry of Culture New Era – กระทรวงวัฒนธรรมยุคใหม่ ก้าวไกลสู่สากล” และยุทธศาสตร์ “5C พลัส1” อีกทั้งยังมีการรณรงค์ให้ประชาชนร่วมแต่งกายด้วยผ้าไทยหรือเครื่องแต่งกายที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นเข้าร่วมกิจกรรม “ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน” เพื่อร่วมสร้างบรรยากาศแห่งความงดงามทางวัฒนธรรม และส่งเสริมความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ความเป็นไทย


จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนและประชาชนทั่วประเทศ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างปรากฏการณ์แห่งศรัทธาครั้งยิ่งใหญ่ เนื่องในวันวิสาขบูชาโลก ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยพร้อมเพรียงกัน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมการศาสนา โทร. 0 2209 3730 หรือสายด่วนวัฒนธรรม 1765 ///

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ