สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานรางวัลเสาเสมาธรรมจักร แก่ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๘
กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ประกาศยกย่องเชิดชูบุคคลและหน่วยงานผู้สร้างคุณูปการต่อพระพุทธศาสนา รวมจำนวน ๑๖๐ ราย เพื่อเข้ารับพระราชทานรางวัล “เสาเสมาธรรมจักร”
,นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม เตรียมความพร้อมจัดงานพิธีพระราชทานรางวัลเสาเสมาธรรมจักร แก่ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๘ โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธาน
“รางวัลเสาเสมาธรรมจักร” ริเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ โดยกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการในสมัยนั้น ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้การดำเนินงานของกระทรวงวัฒนธรรม มีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคล องค์กร และหน่วยงานที่อุทิศตนบำเพ็ญประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา โดยผู้ได้รับการคัดเลือกจะได้เข้ารับพระราชทานรางวัล เนื่องในงานสัปดาห์วันวิสาขบูชาของทุกปี
สำหรับผลการคัดเลือกประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๘ มีผู้ได้รับการคัดเลือกใน ๑๐ ประเภท ได้แก่ ๑. ประเภทส่งเสริมการศึกษาพระพุทธศาสนา ๒. ประเภทส่งเสริมการศึกษาพระพุทธศาสนาตามอัธยาศัย ๓. ประเภทส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ๔. ประเภทส่งเสริมการปฏิบัติธรรม ๕. ประเภทส่งเสริมกิจการคณะสงฆ์ ๖. ประเภทการนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาช่วยเหลือประชาชนและพัฒนาชุมชน ๗. ประเภทส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมมรดกไทยทางพระพุทธศาสนา ๘. ประเภทสื่อมวลชนส่งเสริมพระพุทธศาสนา ๙. ประเภทสมาคม องค์กร มูลนิธิ และหน่วยงานที่มีกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา ๑๐. ประเภทบุคคลผู้ประกอบอาชีพที่มีคุณธรรมและส่งเสริมพระพุทธศาสนา แบ่งเป็นบรรพชิต ๙๔ รูป คฤหัสถ์ ๕๒ คน และหน่วยงาน ๑๔ แห่ง
ทั้งนี้ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ขอถวายมุทิตาสักการะแด่ พระพรหมพัชรญาณมุนี (พระอาจารย์ชยสาโร) สถานพำนักสงฆ์บ้านไร่ท่อรังสี จังหวัดนครราชสีมา ได้รับคัดเลือกในประเภทส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศ ท่านเป็นพระภิกษุชาวอังกฤษ สัญชาติไทยผู้มีบทบาทสำคัญในการเผยแผ่หลักธรรมด้วยความลึกซึ้งในฉบับภาษาไทยได้อย่างสละสลวย เป็นพระสงฆ์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตา และปณิธานอันแน่วแน่ อุทิศตนเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่องจนเป็นที่ประทับใจต่อพุทธศาสนิกชนทั่วโลก
ทั้งนี้ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ขอถวายมุทิตาสักการะแด่ พระพรหมพัชรญาณมุนี (พระอาจารย์ชยสาโร) สถานพำนักสงฆ์บ้านไร่ท่อรังสี จังหวัดนครราชสีมา ได้รับคัดเลือกในประเภทส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศ ท่านเป็นพระภิกษุชาวอังกฤษ สัญชาติไทยผู้มีบทบาทสำคัญในการเผยแผ่หลักธรรมด้วยความลึกซึ้งในฉบับภาษาไทยได้อย่างสละสลวย เป็นพระสงฆ์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตา และปณิธานอันแน่วแน่ อุทิศตนเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่องจนเป็นที่ประทับใจต่อพุทธศาสนิกชนทั่วโลก
พระพรหมมงคลวัชราจารย์ (ไสว วฑฺฒโน) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๔ – ๑๕ (ธ) และเจ้าอาวาสวัดศรีสุริยวงศาราม จังหวัดราชบุรี ได้รับคัดเลือกในประเภทส่งเสริมกิจการคณะสงฆ์ ท่านมีบทบาทสำคัญในการพัฒนากิจการคณะสงฆ์ การเผยแผ่พระพุทธศาสนา และการพัฒนาวัดให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง เป็นพระเถระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เปี่ยมด้วยเมตตาธรรมและเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวราชบุรี
พระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์ (ท่านเจ้าคุณอนิลมาน) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๖ – ๗ (ธ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร ได้รับคัดเลือกในประเภทการแต่งหนังสือทางพระพุทธศาสนา ท่านเป็นพระภิกษุชาวเนปาลสัญชาติไทย และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพระพุทธศาสนาที่มีบทบาทสำคัญทั้งในและต่างประเทศ มีผลงานโดดเด่นด้านวิชาการและการอนุรักษ์มรดกพระพุทธศาสนา เป็นผู้สืบค้น “คัมภีร์อักษรอริยกะ” จากประเทศออสเตรียกลับคืนสู่ประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นพระสงฆ์ไทยรูปแรกที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจาก University of Cambridge และมีผลงานเขียน แปล และบรรยายธรรมะในระดับนานาชาติอย่างกว้างขวาง
สำหรับประเภทส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ ได้แก่ ศาสตราจารย์กิตติคุณ บวรศักดิ์ อุวรรโณ กรรมการอุปถัมภ์กิจการงานคณะพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ท่านได้อุทิศตนทั้งกำลังกาย กำลังใจ และกำลังทรัพย์ ในการส่งเสริมและเผยแผ่พระพุทธศาสนา ตลอดจนสนับสนุนกิจการคณะสงฆ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการอุปถัมภ์โครงการสำคัญด้านพระพุทธศาสนาในสาธารณรัฐอินเดีย อาทิ โครงการสาธยายพระไตรปิฎกนานาชาติ การบูรณปฏิสังขรณ์และพัฒนาวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ การสนับสนุนโครงการบรรพชาอุปสมบทและปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศล ตลอดจนการสนับสนุนภารกิจของคณะพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย–เนปาล นับเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและเสริมสร้างความมั่นคงของพระพุทธศาสนาในระดับนานาชาติอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ในประเภทหน่วยงานส่งเสริมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ สถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย ซึ่งได้ส่งเสริมความสัมพันธ์ทางพระพุทธศาสนาระหว่างไทยและอินเดีย ผ่านการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะ จากสาธารณรัฐอินเดีย มาประดิษฐานเป็นการชั่วคราวในประเทศไทย เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม โดยเปิดให้พุทธศาสนิกชนเข้ากราบสักการะตั้งแต่วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๗
รวมถึง สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการร่วมจัดพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) จากวัดหลิงกวง กรุงปักกิ่ง มาประดิษฐานชั่วคราว ณ ประเทศไทย เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม และเฉลิมฉลองวาระครบรอบ ๕๐ ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – จีน โดยเปิดให้พุทธศาสนิกชนเข้ากราบสักการะตั้งแต่วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๖๗ ถึงวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ เป็นต้น
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า โอกาสนี้ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ขอถวายมุทิตาสักการะพระสงฆ์ และแสดงความยินดีกับผู้ได้รับการคัดเลือกทุกท่าน ซึ่งจะเข้ารับพระราชทานรางวัล “เสาเสมาธรรมจักร” ในวันอังคารที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๖๙ ณ ศาลาพระราชศรัทธา วัดปทุมวนาราม เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดแห่งการทำความดีและการอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนา ซึ่งผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ล้วนเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการจรรโลงและเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้มั่นคงสถาพร ทั้งยังอุทิศกำลังกาย กำลังสติปัญญา และกำลังทรัพย์ เพื่อประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาด้วยกุศลเจตนาอันบริสุทธิ์ ถือเป็นแบบอย่างอันดีแก่เด็ก เยาวชน และประชาชนในสังคม สมควรแก่การยกย่องเชิดชูและสืบสานคุณธรรมความดีให้คงอยู่คู่สังคมไทยสืบไป
