ชาวเน็ตถกเดือด แห่แสดงความเห็นมาตรการ สธ. แบนสิทธิ์ซื้อบุหรี่ตามปีเกิด ชี้คุมไม่ได้จริง รุมตั้งคำถามรัฐบาลสีน้ำเงิน จ้องจำกัดสิทธิ์ประชาชนเกินไปหรือไม่
เกิดเป็นกระแสถกเถียงบนโลกออนไลน์อย่างร้อนแรง หลังมีการรายงานข่าวว่ากระทรวงสาธารณสุขกำลังพิจารณา “มาตรการแบนการซื้อบุหรี่ตามปีเกิด” หรือ Nicotine-Free Generation ซึ่งเป็นแนวทางที่บางประเทศเริ่มประกาศใช้แล้ว โดยกำหนดให้ผู้ที่เกิดหลังปีที่กำหนดจะไม่มีสิทธิ์ซื้อบุหรี่ได้ตลอดชีวิต แม้อายุจะถึงเกณฑ์บรรลุนิติภาวะแล้วก็ตาม
ประเด็นดังกล่าวถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในเพจ Facebook ของสื่อออนไลน์หลายแห่ง โดยพบว่าความคิดเห็นของชาวเน็ตแบ่งออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน ฝั่งหนึ่งเห็นว่าเป็นมาตรการที่ช่วยป้องกันเยาวชนจากการเริ่มสูบบุหรี่ และเป็นแนวทางด้านสาธารณสุขที่ควรสนับสนุน โดยมองว่า “หากช่วยลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ได้ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี” และเห็นว่ารัฐมีหน้าที่ปกป้องสุขภาพของประชาชน ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าเป็นการจำกัดสิทธิส่วนบุคคลมากเกินไป อาจจะเป็นกฎหมายที่ทำไม่ได้จริง และบางส่วนเห็นถึงช่องโหว่ที่อาจทำให้เกิดอาชีพที่ผิดกฎหมายได้ เช่น การค้าบุหรี่ใต้ดิน และการรับจ้างซื้อบุหรี่ให้แก่ผู้ที่เกิดหลังปีที่กำหนด
“เห้อ ดูก็เห็นตั้งแต่ก่อนทำแล้วว่าเป็นไปไม่ได้ตราบในที่สินค้ายังอยู่ คนใช้ก็จะหาช่องทางเอามาใช้อยู่ดี ยิ่งของที่มีผลแบบบุหรี่นี่ ยิ่งหนักเลย”
“เหมือน UK ที่รัฐสภาผ่านร่างกฎหมายควบคุมยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้า เด็กที่เกิดหลังวันที่ 1 มกราคม 2552 ถูกห้ามซื้อบุหรี่ตลอดชีวิต เพื่อสร้างสังคมปลอดบุหรี่ในอนาคต”
“ห้ามสูบห้ามซื้อแต่ไม่ห้ามผลิตห้ามขาย บุหรี่ไม่มีประโยชน์เลิกได้ก็เลิก เลิกไม่ได้ก็สูบให้เป็นที่เป็นทางอย่าให้กลิ่นควันรบกวนคนอื่น และกฎหมายที่มีควรจะนำมาใช้อย่างจริงจังหน่อย สงสารคนไม่สูบบ้างเถอะ คนไม่สูบมันเหม็นและอันตรายนะครับ”
“กล้าปิดโรงงานยาสูบไหมครับ”
“การห้ามถือว่าจำกัดสิทธิหรือเปล่า มันขัดกับการให้มีเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญไหม”
“เปรียบเทียบง่ายๆนะครับ เหมือนจะไม่ให้เด็กรุ่นใหม่ไปซื้อร้านข้าวที่อร่อย ร้านที่ไม่อร่อยก็ตายสิครับ มันก็แค่กฎหมาย ผมมองว่าควบคุมสื่อหรือออกสื่อให้ หรือให้ตระหนักเกี่ยวกับบุหรี่เยอะๆ น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า”
ที่น่าสนใจคือ เมื่อประเด็นเดียวกันถูกนำเสนอผ่านเพจข่าวภาษาอังกฤษซึ่งมีชาวต่างชาติเข้ามาแสดงความคิดเห็น กลับพบว่าความเห็นส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางที่ไม่เห็นด้วย หลายคนตั้งคำถามถึงหลักสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยมองว่าผู้ใหญ่ที่บรรลุนิติภาวะควรมีสิทธิ์ตัดสินใจด้วยตัวเองว่าจะบริโภคสินค้าใด แม้สินค้านั้นอาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพก็ตาม บ้างก็แสดงความกังวลต่อปัญหาตลาดสินค้าเถื่อนและการทุจริตรีดไถของเจ้าหน้าที่ โดยยกตัวอย่างประเทศออสเตรเลียที่พยายามใช้มาตรการกึ่งห้ามโดยพฤตินัย ผ่านการเก็บภาษีบุหรี่สูงๆ แต่กลายเป็นการเปิดช่องให้บุหรี่เถื่อนเข้ามาเติมตลาดแทน และทำให้รายได้ภาษีของรัฐลดลงอีกด้วย ขณะเดียวกัน อัตราการสูบบุหรี่ในกลุ่มเยาวชนก็กลับเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ
บางความคิดเห็นระบุว่า หากรัฐบาลสามารถกำหนดได้ว่า “คนเกิดปีไหนซื้อบุหรี่ไม่ได้” ในอนาคตอาจมีการใช้แนวคิดลักษณะเดียวกันกับสินค้าอื่น ๆ เพิ่มเติม มีหลายความคิดเห็นที่เสนอแนะว่าการแก้ปัญหาการสูบบุหรี่ควรเน้นที่การให้ข้อมูล การศึกษา และการควบคุมการเข้าถึงของเยาวชน มากกว่าการใช้มาตรการห้ามแบบถาวร ในขณะที่บางรายอ้างถึงนโยบายกัญชาเสรีของพรรคภูมิใจไทย พร้อมตั้งคำถามว่า ซื้อบุหรี่ไม่ได้ แต่ให้ซื้อกัญชาได้งั้นหรือ
