กรมการศาสนา (ศน.) ชู “สมาธิ” วัคซีนใจยุค AI เปิดโครงการวิปัสสนาเพื่อคนทั้งมวล ถวายพระกุศล 99 พรรษา สมเด็จพระสังฆราช
เมื่อวันอังคารที่ 16 มิถุนายน 2569 ณ หอธรรมพระบารมี ตำบลบางกรูด อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “สมาธิเสริมคุณธรรม นำชีวิตสู่สมดุล : Moral Meditation for Life Balance” ภายใต้กิจกรรมวิปัสสนาเพื่อคนทั้งมวล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในวันที่ 26 มิถุนายน 2569 และเพื่อถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีนายบุญธรรม ถาวรทัศนกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายอำเภอบ้านโพธิ์ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา เครือข่ายทางวัฒนธรรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง
นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา มูลนิธิหอธรรมพระบารมี และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นภายใต้โครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมเพื่อคนทั้งมวล เพื่อถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระสังฆราช เนื่องในวาระสำคัญแห่งการฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา และถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ตามประกาศของเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เรื่องประทานพระดำริในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและถวายพระกุศล ซึ่งได้มีการปรับรูปแบบกิจกรรมให้เหมาะสมและสอดคล้องกับช่วงเวลาไว้ทุกข์ในพระราชสำนัก
นอกจากนี้ กิจกรรมยังมุ่งส่งเสริมการพัฒนาจิตใจของประชาชนผ่านกระบวนการฝึกสมาธิ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการกำกับความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม ช่วยเสริมสร้างสติ ความรอบคอบ ความตระหนักรู้ในตนเอง และความเข้มแข็งทางจิตใจ อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิต การสร้างสังคมแห่งคุณธรรม และการดำเนินชีวิตอย่างสมดุลและยั่งยืน
อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเปลี่ยนแปลงทางสังคมเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้คนจำนวนมากต้องเผชิญกับความเครียด ความกดดัน และปัญหาด้านสุขภาวะทางใจ การปฏิบัติสมาธิจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาจิตใจ ช่วยให้เกิดความสงบ ความตั้งมั่น และการรู้เท่าทันตนเอง สามารถบริหารจัดการอารมณ์ ลดความฟุ้งซ่าน และสร้างสมดุลในการดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสม
ประเทศไทยมีต้นทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาด้านการพัฒนาจิตใจที่เข้มแข็ง มีสำนักปฏิบัติธรรมและสถานที่ฝึกสมาธิที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ตลอดจนสถานปฏิบัติธรรมของภาคเอกชนและองค์กรต่าง ๆ มากกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ จึงมีศักยภาพในการพัฒนาไปสู่การเป็น “Thailand Meditation Hub” หรือศูนย์กลางการปฏิบัติสมาธิระดับสากล เพื่อส่งเสริมสุขภาวะทางจิต สร้างสติ ความสงบ และคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมจำนวน 240 คน ประกอบด้วย ผู้ปฏิบัติธรรม 180 คน และผู้เข้าร่วมพิธีเปิด 60 คน โดยมีกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การแสดงพระธรรมเทศนา โดยพระอาจารย์สุรศักดิ์ จรณธมฺโม กรรมการมูลนิธิหอธรรมพระบารมี การเยี่ยมชมสถานที่และผลงานศิลปะภายในหอธรรมพระบารมี การปฐมนิเทศผู้เข้าร่วมปฏิบัติธรรม การไหว้พระสวดมนต์ สมาทานศีล สมาทานกรรมฐาน ฟังธรรมบรรยาย เดินจงกรม และนั่งสมาธิ เพื่อเสริมสร้างสติและพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม
ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในทุกช่วงวัย โดยนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาและการฝึกสมาธิมาเป็นเครื่องมือในการเสริมสร้างสติปัญญา ความสงบภายใน และความสมดุลในการดำเนินชีวิต อันจะนำไปสู่การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเอื้ออาทร และร่วมกันขับเคลื่อนการสร้างสังคมคุณธรรมให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยพลัง “บวร” ได้แก่ บ้าน วัด และราชการ อย่างยั่งยืนต่อไป
