เมื่อ : 9 ก.ค. 2569

กรุงเทพมหานคร — 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

 

ประเทศไทยกำลังก้าวข้ามจาก “ผู้ใช้งานดาวเทียม” สู่ “เจ้าของระบบ” อย่างเป็นรูปธรรม เมื่อโครงการ THEOS-3 ของ GISTDA ประสบความก้าวหน้าสำคัญ โดยระบบซอฟต์แวร์ทั้งบนดาวเทียมและสถานีภาคพื้นดินถูกพัฒนาโดยวิศวกรไทยเป็นครั้งแรก และได้เริ่มทดสอบร่วมกับอุปกรณ์จริงแล้ว ความสามารถนี้หมายถึงไทยสามารถควบคุมภารกิจดาวเทียมได้ด้วยตนเองตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เสริมความมั่นคงของข้อมูลเชิงพื้นที่ ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเปิดโอกาสสู่การพัฒนาเศรษฐกิจอวกาศในอนาคต

จากประสบการณ์ของ THEOS-2 สู่ THEOS-3 ไทยได้ยกระดับจากการเรียนรู้และใช้งาน มาสู่การ “ออกแบบและพัฒนาเอง” โดยเฉพาะซอฟต์แวร์แกนหลักของระบบ ทำให้เกิด **software ownership** อย่างแท้จริง — เข้าใจ ควบคุม และต่อยอดได้ด้วยคนไทย

ภาพรวมระบบซอฟต์แวร์:

ระบบทั้งหมดถูกออกแบบให้ทำงานเชื่อมต่อกันแบบครบวงจร ทำให้ประเทศไทยสามารถ **ควบคุมดาวเทียมได้แบบ end-to-end** ตั้งแต่การวางแผนภารกิจ สั่งการในวงโคจร รับสัญญาณ 

ประมวลผล ไปจนถึงการจัดการและให้บริการข้อมูล


ระบบซอฟต์แวร์บนดาวเทียม

·   OBC (On-Board Computer): ศูนย์กลางประมวลผลและสั่งการทุกระบบบนดาวเทียม

·   AOCS Flight Software: ควบคุมทิศทางและการทรงตัวของดาวเทียม

·   PDHU (Payload Data Handling Unit):จัดการและจัดเก็บข้อมูลภาพถ่ายพร้อมmetadata

·   Firmware G-PDM: ควบคุมการจ่ายพลังงานของดาวเทียม

·   CHU (Command Handling Unit): รับและประมวลผลคำสั่งจากภาคพื้นดินอย่างต่อเนื่องตลอดภารกิจ

 

ระบบซอฟต์แวร์ภาคพื้นดิน

·   Mission Planning System (MPS): วางแผนภารกิจถ่ายภาพจากพิกัดหรือพื้นที่เป้าหมาย

·   Satellite Operations Center (SOC): ศูนย์ควบคุมและสั่งการดาวเทียมภาคพื้นดิน รวมถึงการกู้คืนระบบดาวเทียมจาก safe mode

·   Flight Dynamics System (FDS):คำนวณและทำนายวงโคจร วางแผนการปรับวงโคจร และการนำดาวเทียมออกจากวงโคจรเมื่อดาวเทียมหมดอายุขัย (De-orbit)

·   Payload Processing System (PPS): ประมวลผล ผลิต และสอบเทียบข้อมูลเพย์โหลดดาวเทียม เช่น ภาพถ่ายจากดาวเทียมสำรวจโลก

·   Data Facility System (DFS): ระบบสนับสนุนข้อมูล โครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย และความปลอดภัยของระบบ

 

ความคืบหน้า Engineering Model (EM)

ปัจจุบัน ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาโดยวิศวกร GISTDA ได้เข้าสู่การทดสอบร่วมกับอุปกรณ์จริงระดับ Engineering Model (EM) แล้ว โดยเริ่มจาก Onboard Computer (OBC) และ Payload Data Handling Unit (PDHU) ซึ่งเป็นหัวใจของระบบ การทดสอบนี้ยืนยันว่าซอฟต์แวร์ระบบดาวเทียมสามารถทำงานกับฮาร์ดแวร์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ในระยะถัดไป จะขยายการทดสอบสู่ระดับ FlatSat และ Subsystem integration เพื่อจำลองการทำงานเสมือนจริงทั้งระบบ ก่อนเดินหน้าสู่การประกอบและทดสอบดาวเทียมทั้งดวงในห้องคลีนรูมของศูนย์ AIT ภายในปี พ.ศ. 2570 ซึ่งจะเป็นอีกหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมอวกาศไทย


เกี่ยวกับ GISTDA

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ภายใต้ระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม — www.gistda.or.th


ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ