ศน. จัดงบฯ ฟื้นฟูศาสนสถาน 675 แห่ง ครอบคลุม 60 จังหวัด
นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรมได้สนับสนุนงบประมาณสมทบ ในการบูรณะศาสนสถานแก่ศาสนสถานทั้งในส่วนกลาง
และส่วนภูมิภาคที่องค์การทางศาสนาแจ้งขอรับการสนับสนุนฯ กรณีปกติ จำนวน 60 จังหวัด ประกอบด้วย ศาสนสถานของศาสนาอิสลาม จำนวน 408 แห่ง ศาสนาคริสต์ จำนวน 99 แห่ง และศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู จำนวน 1 แห่ง รวมทั้งสิ้นจำนวน 508 แห่ง เพื่อบูรณะซ่อมแซมศาสนสถานที่ชำรุดทรุดโทรมให้กลับมามีสภาพพร้อมใช้งาน สำหรับกรณีประสบภัย จำนวน ๑๐ จังหวัด คือ จังหวัดเชียงใหม่ นราธิวาส ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา พัทลุง ยะลา สงขลา สตูล นนทบุรี และเชียงราย ได้สนับสนุนงบประมาณบูรณะซ่อมแซม
ศาสนสถานที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเพื่อให้กลับมามีสภาพมั่นคงปลอดภัยพร้อมใช้งาน ประกอบด้วยศาสนาอิสลาม จำนวน 163 แห่ง และศาสนาคริสต์ จำนวน 4 แห่ง รวมทั้งสิ้นจำนวน 167 แห่ง
อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวต่อว่า กรมการศาสนามีภารกิจดำเนินการด้านศาสนา โดยทำนุบำรุง
ส่งเสริมและอุปถัมภ์การบูรณะซ่อมแซมศาสนสถานของศาสนาที่ทางราชการรับรอง ประกอบด้วย ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิกข์ ยกเว้นศาสนสถานของศาสนาพุทธ เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ซึ่งกรมการศาสนาได้ดำเนินโครงการเงินอุดหนุนการบูรณะ
ศาสนสถานโดยเริ่มต้นจากการอุดหนุนบูรณะศาสนสถานของศาสนาอิสลาม ต่อมาหลังจากการปฏิรูประบบราชการใน พ.ศ. 2545 เป็นต้นมา ได้มีการเพิ่มการอุดหนุนบูรณะศาสนสถานแก่ ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิกข์ โดยมีการสนับสนุนงบประมาณสำหรับการบูรณะซ่อมแซมศาสนสถาน
ใน 2 กรณี คือ 1) กรณีประสบภัย เนื่องมาจากการได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย และเหตุจากภัยพิบัติต่าง ๆ และ 2) กรณีปกติ เนื่องมาจากการชำรุดทรุดโทรมและเสื่อมสภาพตามกาลเวลา ทำให้ไม่ปลอดภัยและเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติศาสนกิจ ซึ่งการสนับสนุนงบประมาณจะช่วยให้ศาสนสถานกลับมามีสภาพที่เหมาะสมแก่การใช้งาน พร้อมให้ศาสนิกชนใช้ประกอบศาสนกิจได้ตามปกติ โดยไม่จำเป็นต้องก่อสร้าง
ศาสนสถานขึ้นใหม่ สำหรับการจัดสรรเงินอุดหนุนบูรณะศาสนสถานของศาสนาต่าง ๆ จะเป็นการจัดสรรงบประมาณในลักษณะสมทบร่วมกับศาสนิกชนของแต่ละศาสนา
อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวต่อไปว่า กรมการศาสนามุ่งขับเคลื่อนให้ศาสนสถานของแต่ละศาสนาเป็นมากกว่าสถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เผยแพร่หลักธรรมทางศาสนา บ่มเพาะคุณธรรมและจริยธรรม และค่านิยมที่ดีงาม ตลอดจนเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ ในการสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจและเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของคนในชุมชน โดยให้ความสำคัญกับการดูแลศาสนสถานให้มีความพร้อม มั่นคง แข็งแรง และปลอดภัย เพื่อให้ศาสนิกชนสามารถใช้ประกอบศาสนกิจและกิจกรรมทางศาสนาได้อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน การจัดสรรเงินอุดหนุนดังกล่าวยังเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐกับศาสนิกชน ผ่านรูปแบบการสมทบงบประมาณในการบูรณะซ่อมแซม อันจะช่วยให้การดูแลรักษาศาสนสถานเกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน สอดคล้องกับภารกิจของกรมการศาสนาในการทำนุบำรุงและส่งเสริมศาสนาให้เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างความสงบสุข และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่สังคมไทยอย่างยั่งยืน
