เมื่อ : 11 ก.ย. 2569

วันที่ 11 กันยายน 2569 สืบเนื่องจาก ที่ประชุมใหญ่ กกต.แจ้งกำหนดการวันลงมติชี้ขาดคดีฮั้ว สว.ในวันจันทร์ ที่ 14 กันยายน 2569 นั้น

ล่าสุด ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม มือกฎหมายมหาชน,ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่(MD) บจ.AURELIAN GROUP และกลุ่มธุรกิจบริษัทในเครือ AG 40 บริษัท กล่าวว่า ตาม พรป.กกต.มาตรา 42 วรรคหนึ่งและระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ.2561 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2566 กำหนดหลักเกณฑ์ ขั้นตอน กระบวนการสืยสวน ไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาด ทั้งคดีเลือกกตั้งและการเลือก สว.เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และขั้นตอนสุดท้าย ถือมติเสียงข้างมากเป็นหลัก ก่อนที่จะสรุปความเห็น จัดทำคำวินิจฉัยหลางและประกาศให้ประชาชนเป็นการทั่วไปทร่าบ ดังนั้น มติ กกต.วินิจฉัยชี้ขาด หากพิจารณาตามข้อกฎหมายไม่อาจเปิดเผยได้ในวันที่ 14 กันยายน 2569

เป็นไปตามระเบียบ กกต.และ พรป.กกต.ไม่ต้องไปลุ้น เพราะมติไม่อาจเปิดเผยได้ ต้องรอประมาณ 60 วันไปติดตามดูที่เว็บไซด์ของ กกต.

แต่คดีทีจะไปก่อน คดีที่ กมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร โดยมีผู้ต้องหา รวม 25 คน ถูกเชือดก่อน เพราะไปแต่งตั้งนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตนช่วยเหลือรัฐ จัดการเพราะเป็นคดีอาญาแผ่นดิน รวมถึงนายสมชัย นำมติอนุคณะกรรมการวินิจฉัย คณะที่ 36 มาเผยแพร่และบิดเบือนข้อเท็จจริงระบบคอมพิวเตอร์ กระทบต่อความมั่นคงแห่งรัฐและเปิดเผยราชการ กำลังให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมพยานหลักฐานว่า สส.ไอติม สส.ผึ้ง พนิดา กับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีต รมว.ยุติธรรม ปัจจุบัน สส.พรรคหนึ่ง อยู่ฝ่ายค้าน และเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีดีเอสไอ นำพยานหลักฐานในสำนวนคดีดีเอสไอมาปล่อยหรือไม่ อย่าบไร ตนขอตั้งข้อสังเกกตได้ยืนยันข้อเท็จจรีงนะ ที่นายไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ์ นำไปอภิปราย ตนรวบรวมพยานหลักฐานอยู่ เพราะคุณไปแทกรแซงการทำงานของข้าราชการ หน่วยงานของรัฐ ต้องห้าม ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 เดี๋ยวเพิ่มคดีให้

ความจริง คุณทวี รู้กฎหมายอยู่แล้ว เพราะเป็นตำรวจมาก่อน แต่มาทำเสียเอง โดยส่งเอกสารผ่าน สว.สำรองคนหนึ่ง ชื่อ เล่นว่าอักษร ย่อ “ ช.” ชื่อจริง อักษร “อ.” อดีตทหารชั้นประทวน หลายเมีย คนทุกจังหวัด ปัจจุบันเป็นนักร้อง อ้างตนเอง สว.สำรอง เพื่อสร้างราคาให้ตนเอง

และชอบหิวแสง คนนี้ แหละ ไม่สมหวัง และรู้เห็นฮั้ว สว.ตัวจริง

แต่คนที่ฮั้ว สว. คือ “ค่ายส้ม” กระทำเป็นขบวนการ นาย อ.คนนี้รู้ดี เพราะอยู่ในเหตุการณ์ การทุจริต สว.มิใช่ค่ายน้ำเงิน ตนกล้ายืนยัน เพราะสำนักกฎหมายตนรับทำคดีให้ นาย อ. มาเล่าข้อเท็จจริงให้ฟังหมด วันนี้ ตนเห็นว่า เพื่อประโยชน์สาธารณะจึงมาเล่าให้พี่น้องประชาชนจะได้หูตาสว่าง เพราะความจริงมีหนึ่งเดียว ในเมื่อ ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ขณะนั้น รนหว่าง วันที่ 9 - 26 มิถุนายน 2567 รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี จากพรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศ โดยท่านอนุทินฯได้ออกประกาศห้าม กก.บห.พรรคภูมิใจไทย ห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเลือก สว.และย้ำก่อนการเลือกในขั้นตอยเลือกระดับประเทศ ยังไปกล่าวหาเขาอีก มันเป็นธรรมไหม ทั้งยังกล่าวหา รัฐมนตรีในรัฐบาลปัจจุบัน จะไปยุบพรรคการเมืองเขา พวกคุณต้องเจอกับตน ตนรับไม่ได้ จะเอาให้ติดคุก นาย ท.อดีต รมว.ยุติธรรม พรรคหนึ่ง ตัวดี เลยล่ะ ไม่ยึดหลักกฎหมาย ไม่รู้ว่า เป็น อดีต รมว.ยุติธรรมมาได้อย่างไร เป็นการใช้อำนาจตั้งธง เล่นงานพรรคภูมิใจไทย ในปี 2567 ต้องให้พี่น้องสื่อ ไปถามเขา แต่ตนมีหลักฐาน สำนวนคดี 5 ลังใหญ่ เก็บรักษาอย่างดี รอเวลาจัดการทั้งหมด ทำถึงแน่ รับรองสนุกแน่

ส่วนคดีที่ นาย อ.คนนี้มาจ้างสำนักงาน ตนสั่งให้ทีมทนายความยกเลิกงานไปหมดแล้ว ไม่รับทำคดีให้ เดี๋ยวจะไปแอบอ้างสำนักงานของตน และไปเรี่ยไรบริจาค ให้ทีมทนายความยื่นคำร้องต่อศาลถอนตัวไปหมดแล้ว

สำนักกฎหมายและทีมทนายความในสำนักงานของตนไม่ประสงค์รับทำคดีอาญาที่ ศาลอาญาทุจริตให้แล้ว เพราะทำตัวเป็นนักร้อง เป็นหลัก จะเห็นจากหมายข่าวตลอด สร้างอีเวนต์ ร่วมทีมกับพรรคส้ม และนายสมชัย สุทธิยากร สร้างโปรดักส์ “ปราบโกง” เป็นช่องวิธีการให้คนจ้างร้องเรียน ต้องตรวจสอบประวัติ เห็นว่า เคยมีคดีอาญาอยู่นะ ถึงได้ออกจากทหารชั้นประทวน พฤติกรรมแถลงข่าว แค่ซองเปล่า หรือกระดาษใช้ใบเดียว แค่นี้ได้เงินแล้ว ไม่มีความรู้ ไปศาลด้วยมือไม่บริสุทธิ์ ให้สื่อ ไปถามเขา นาย อ.เองว่า มีส่วนได้เสียในคดีหรือไม่ ในขั้นตอนไหน จะได้ฮา ฝากบอกว่า นาย อ.ว่า อย่ามาเรียกตนอีกนะว่า “อาจารย์” ไม่อยากรู้จัก ไม่พายเรือให้โจรนั่ง ประเทศเสียหาย

เหตุใด ทำไมศาลอาญาทุจริตฯกลาง ยกคำฟ้อง ไม่รับคำฟ้องคดี ต้องไปถาม นาย อ.เอง ตนไม่เกี่ยวเพราะตนไม่ใช่ทนายความสำนวนคดี แต่ นาย อ.กลัยไปให้สัมภาษณ์บิดเบือนข้อเท็จจริง ไม่ตรงกับคำสั่งที่ศาลยกคำฟ้อง พยายามเอาเอกสารในสำนวนคดีในศาลเปิดเผยผ่านสื่อ ตนและทีมทนายความไม่ได้รู้เห็นด้วย จนโดยศาลตำหนิและจดในนรายงานกระบวนพิจารณา แบบนี้ไม่เคารพกระบวนการยุติธรรม ไปด้วยกันไม่ได้

ตนได้เคยเตือนแล้ว ระวังละเมิดอำนาจศาล แต่ทราบว่า ไปร้อง กต.ขององค์กรศาลอีก ตนรับไม่ได้กับพฤติกรรม ไม่เคารพกระบวนการยุติธรรม ตนสงสารผู้พิพากษาที่ทำงานภายใต้พระปรมาภิไธย ยึดมั่นหลักกฎหมายและความถูกต้อง ต้องไปถูก นาย อ.คนนี้ ไปบิดเบือนข้อเท็จจรีง ในเชิง มีคำสั่งจากมือที่มองไม่เห็น ตนรับไม่ได้จริงๆ ต้องไปถามว่า ดูหมิ่นศาลหรือไม่ ละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ ตนพร้อมเป็นพยานให้ เอาไปเก็บกรุ

ส่วนที่นาย อ.คนนี้ ไปร้องเรียนวินัยผู้พิพากษา โดยตนและสำนักกฎหมายขอบงตนไม่ได้รู้เห็นด้วย แต่นาย อ.คนนี้ ใช้เทคนิคเร่งรัดอุทธรณ์คำสั่ง ถึงบอกว่า มาศาลด้วยมือไม่บริสุทธิ์ ไม่มีใครเขราทำกัน ทำงานมา 30 ปี ไม่เคยเจอ ตนไม่เอาด้วย เพราะตนเคารพในกระบวนการยุติธรรม เคารพในสถาบันตุลาการ ศาลยุติธรรม เพราะเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน ท่านให้ความเป็นธรรมแก่คู่ความทุกฝ่ายและตัดสินภายใต้พระปรมาภิไธย ยึดหลักข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริง ยึดความถูกต้อง

สำหรับตนไม่เคยทำผิดกฎหมาย ไม่มีประวัติอาชญากรรมในการกระทำความผิดอาญา สามารถตรวจสอบประวัติตนเองได้เลย

ไม่มีปนระวัติต้องคดีอาญาหรือไปกระทำโดยทุจริตใดๆ แม้แต่คดีเดียว

ส่วนมติอัปยศของแก๊งค์ กอ.ที่ตนแปลว่า กูเอง ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ถูกรีดเอาทรัพย์ มติไม่เป็นเอกฉันท์ รอเวลาเช็คบิลอยู่ คดีอาญายังไม่ขาดอายุความ จะถอนรากถอนโคนให้ดู ต่อไปพี่น้องอัยการทั่วประเทศ ที่มีใจเป็นธรรม รักความถูกต้อง กว่าจะสอบได้เป็นท่าน ด้วยความยากเย็น จะได้ไม่โดนเหมือนตนเอง บิดเบือนข้เท็จจริงให้ตั้งข้อหาไม่เป็นธรรมเป็นคดีวินัยร้ายแรงบิดเบือนข้อเท็จจริงเหมือนตน

ฝากไปถึง นาย ศ. อดีตอธิบดีอัยการคดีพิเศษ บ้านอยู่ลุ่มน้ำสแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี เวรกรรมมีจริง กฎหมายไม่ยุติธรรม แต่กฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ พวกคุณทำอะไรกับตนไว้ ตนไม่เคยกระทำผิดกฎหมาย บิดเบือนไส่ร้ายตน

และเคยเป็น อ.โดยตำแหน่งในขณะนั้นด้วย คุณทำอะไรกับตนไว้ ตนเอาคืนทุกดอก

พอย้ายค่าย หนีเสือปะจรเข้ อีกทีมหนึ่งกลับรีดเงินสูงถึง 20 ล้าน ให้มีเสียง 10 ใน 15 เสียง พอไม่ให้ เสียงไม่พอ แต่มติไม่เป็นเอกฉันท์ พระสยามเทวาธิราชมีจริง

ส่วน นายป อัยการอาวุโส สำนักเสือกทุกเรือง แถวตลิ่งชัน นี่แหละลูกสมุน ทรงเอ ก่อนที่จะถอดตนออกจากสมาชิกสามัญเนติบัณฑิต ให้นาย ป.ไปทบทวนความจำปี 2564 ที่ขับรถเมาสุราแล้วไปชนคนแล้วหนีหรือไม่ ตนไม่รู้นะ แต่ที่แน่ๆ ศาลจังหวัดนนทบุรีพิพากษาจำคุก คดีถึงที่สึดไปแล้ว เวรกรรมมีจริง ควรถอด นาย ป. อัยการปากเหม็น ออกจากสมาชิกสามัญเนติบัณฑิตก่อนหรือไม่

เพราะคำพิพากษาภถึงที่สุดแล้ว ตอนเรืองอำนาจ ได้ตำแหน่ง รอง อสส.แต่ตกสวรรค์ สมน้ำหนัก พระสยามเทวาธิราชกมีจริง แหม่ นำรถไปจอดประจำตำแหน่งและป้ายระบุตำแหน่ง รอง อสส. .แต่ไม่ผ่านการโปรดเกล้า ทำเป็นลืมอดีต เดี๋ยวตนชาวยทบทวนความจำอียการปากเหม็นคนนี้ให้ ไอ้ปากเหม็นคนนี้ รู้ทุกเรือง แต่ไม้ได้รู้เรื่องของตนเอง เพราะสิทธิ์ของตน เรียนจบเนติบัณฑิตไทย ปี 2547 สมัย 57 เป็นสิทธิเฉพาะตัวและจบในยุคสมัยอนาล็อก ไม่ใช่ยุคดิจิทัล จะสังกัดหรือไม่เนติบัณฑิตหรือไม่ ไม่ใช่ข้อสาระสำคัญเพราะตนมีสิทธิสวมครุยเนติบัณฑิตโดยชอบด้วยกฎหมาย ให้อัยการปากเหม็นรายนี้ แน่จริงมีหนทาง ลาออกมาทำธุกรกิจแข่งกับตนซิ เป้นภาระสังคม กินภาษีประชาชน ยังปากหมาอีก ว่างๆ ให้ไปจักจี๊ เส้นกระตุกถึงที่ สำนักงานเสือกทุกเรื่อง ย่าoแถวตลิ่งชัน ใกล้บ้านตนเองเลย อยากดังเดี๋ยวจัดให้

ตนไม่ได้ว่าความแล้ว เพราะทำธุรกิจและเป็นเจ้าของบริษัท 40 บริษัท ธุรกิจครบวงจรทุกอุตสาหกรรม เสียภาษีตามกฎหมาย เฉพาะจดทะเบียนชำระค่าหุ้นเต็มจำนวน ตนจ่ายเงินไป 205,000,000 บาท ไม่รวมการลงทุนอื่นๆ ตอนนี้จ่ายไป 600 กว่าล้านบาท ตอนนี้ รวยไม่ไหวแล้วโว้ยยยยย อัยการ ป.ปากเหม็นคนนี้ มีเงินเหมือนตนป่าว เดี๋ยวจัดหนักให้

ตนไม่เคยไปวนเวียนไปหากินที่เนติบัณฑิต ย่านบางระมาด เพราะเรียนจบมากว่า 23 ปีแล้ว ไม่เคยไปอ้างอิงว่า จบเนติบัณฑิต ไม่เหมือนกับอัยการ ป.ปากเหมืน พี่น้องประชาชน อย่าไปเรียกมันว่า “อาจารย์” หยุดเรียกได้แล้ว สื่ออย่าไปติดตาม เพราะการให้ข่าว เป้นหน้าที่ของทีมโฆษก ไม่ใช่ได้คนนี้ ควรเรียกมันว่า “เหลือบไร” เป็นภาระของสังคม ประขาชนต้องมาแบกภาระจ่ายภาษีประชาชนเป็นเงินเดือนให้มันอีกทำไม ยุคนี้ มันหมดอำนาจแล้ว

ส่วน นาย อ. สว.สำรอง คนหนึ่ง ไม่ใช่ผู้เสียหายในคดีฮั้ว สว. โดยตรง เพราะแท้จริงแล้ว นาย อ.คนนี้ ร้องสอบคุณสมบัติ สว.ตัวจริง เพราะตนเองพลาดตรง แทงม้าผิดฝั่ง และมาร้องคัดค้านเรื่องคุณสมบัติ สว.ตัวจริง โดยตนเองอยู่ในลำดับ 3 แต่จ้องทำลายลำดับที่ 1 - 2 เทื่อเสียบตัวจริงไม่เกรงใจเพื่อนๆ สว.สำรองเลย แบบนี้ ใครคบด้วยก็บ้าแล้ว

นาย อ.คนนี้ ไปเอาเบอร์ของตนจากนักข่าวช่อง NBT รายการหนึ่ง และโทรศัพท์มาหาตน ขอพบและทานข้าว ตนไม่ได้รับนัด รอแต่เช้ายันเย็น ไปเจอครั้งแรกที่ร้ยอหารภัตตราคารเพลิน วิภาวดี 2 ครั้ง ตนไม่รับทำงานให้ นัดเจอแถวร้านมาเรีย อีก 2 ครั้ง ตนไม่รับทำคดีให้ และมารอพบตนอีก ที่แจ้งวัฒนะ ตนไม่ได้ให้พบ ต่อมานัดอีกที่โรงแรมย่านติดกับด่านทางด่วน ยมราช เจ้าของเป็น สว.สำรอง

ขอร้องตนให้ทำคดีให้ แต่ปฏิเสธ หลายครั้ง เพราะไม่มีเวลาดูคดีให้เพราะงานเยอะ ลองไปถามนาย อ.จริงหรือไม่ เพราะตนมีพยานเป็นทีมทนายความ นาย อ.มาพร้อมกับ นาง ณ.และสว.สำรอง นายก คนพิการ จ.ลพบุรี ต่อมา ให้ตนไปพูดคุยที่โรงแรมแห่วงหนึ่ง ใกล้ ทางด่านยมราช เจ้าของ เป็น สว.สำรอง เหมือนกัน เป็นเจ้าของตึกใบหยก และมีอดีต สส.หลายสมัย อยู่นครราชสีมา และสว.สำรอง รายหนึ่งอยู่พนักสนิคม จังหวัดชลบุรีและมีทนายความรายหนึ่ง สว.สำรอง อยู่ นครปฐม และสว.ตกรอบ จังหวัดราชบุรี รวมถึง สว.สำรองรายหนี่งอยู่ปทุมธานี ชอบอ้าว่า เป็นญาติกับประธาน กกต.คนปัจจุบัน รวมถึง สว.สำรองที่อยู่เกาะหนึ่งในภาคใต้ อดีตนายก อบต.และสว.วสำรอง รายหนึ่งที่พูดเสียงดัง และเชื่อกับ นาย ม.อดีตผู้ตรวจการ กกต.ประจำจังหวัดสมุทรปราการ เข้ามาพูดคุยและเล่าความจริงให้ฟังทั้งหมด เพื่อให้ตนเองขึ้นมาเป็น สว.ตัวจริง

กลุ่มนี้ จะเป็นขาประจำอีเวนต์หน้า กกต.ร้องเรียนทุกสัปดาห์ เปลี่ยนหน้า และแบ่งหน้าที่กันทำ ตอนนี้ มีลูกไอ้ขี้คุกแถวบุรีรัมย์ ชื่อ เล่นว่า อ. รับจ้างร้องอีกและนำเอกสารให้นาย ย.แห่ง ไอลอว์ แว่วว่า ข่าวลือหนาหูว่า แก๊งค์ตบทรัพย์รายนี้ รวมหัวกันแถวร้านตะวันแดง บุรีรัมย์ รับเคลียร์งาน โดยทคนิคสร้างตัวตนรับจ้างร้อง และนำชื่อเสียงไปตบทรัพย์

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ