“ดร.ณัฎฐ์”งัดคำพิพากษา“ดับกระแส”คดีฮั้ว สว. ปมฟ้องตรง กกต.ไม่อาจกระทำได้ “รัฐ”เท่านั้นเป็นผู้สียหาย ส่วน ส่วน มติ กกต. 5 - 2 หรือ 4 - 3 มติเสียงข้างมาก เป็น“ใบขาว” “มันจบแล้วครับนาย” กระแทกกลับ “สิทธิโชติ” กกต.เสียงข้างน้อย อาจถูกล้มช้างมากว่า กรรมการในองค์กรอิสระฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง
วันที่ 17 กันยายน 2569 สืบเนื่องจากมติที่ประชุมใหญ่ กกต. 5-2 ยกคำร้องฝ่ายการเมือง และมติ 4-3 ยกคำร้อง สว.และวินิจฉัยชี้ขาด 26 สว.กับพวก ทำให้เกิดข้อถกเถียงกันสนั่นโซเชี่ยลว่า สามารถฟ้องตรงดำเนินคดีกับ กกต.ได้หรือไม่นั้น
ล่าสุด ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน,ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่(MD) บจ.AURELIAN GROUP และบริษัทในกลุ่มธุรกิจ AG กล่าวว่า มติที่ประชุมใหญ่ กกต.วินิจฉัยชี้ขาดในชั้น กกต.เป็นขั้นตอนสุดท้ายโดยถือมติเสียงข้างมากและไม่มีคำวินิจฉับชี้ขาดส่วนตัว เป็นไปตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน การวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ.2561 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2566 การยกคำร้อง เป็นการให้ “ใบขาว” คดีในชั้น กกต.เป็นที่สุดแล้ว ไม่อาจรื้อร้องฟ้องใหม่ได้และเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 226 ประกอบมาตรา 224(2) ส่วนคนที่เห็นต่างเป็นสีสันทางการเมืองเท่านั้น แต่ไม่อาจทะไรได้ เพราะ กกต.ให้ใบขาว ย่อมเป็นที่สุด “มันจบแล้วครับนาย”
ส่วนใบแดงและใบดำ พรป.สว.บัญญัติให้ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ต้องรอคำวินิจฉัยกลาง คาดว่าน่าจะไม่น้อยกว่า 60 วัน ระหว่างที่ กกต.ยังไม้ได้มบอำนาจให้ นิติกรไปฟ้องคดี สว.ที่ถูกกล่าวหายังมีอำนาจเต็ม จนกว่าจะยื่นคำร้องต่อศาล แต่บทบัญญัติ พรป.สว.บัญญัติเด็ดขาด เมื่อ กกต.ยื่นคำร้องเพิกถอนสิทธิต่อศาล จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว แตกต่างจากคดี 44 ก้าวไกล ที่ศาลมีดุลพินิจเป็นอย่างอื่น แต่ สว.ที่ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด กระบวนการยาวไกล เพราะศาลให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย
ส่วน สว.สีส้ม ยังต้องรอลุ้นระทึก ส่วน สว.สำรองฟ้องเพิกถอนศาลฎีกา เป็นเพียงอีเวนต์รายวัน กลุ่มนี้ เคยไปยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแล้ว แต่ศาลยกฟ้องทุดคดี
ส่วนปัญหาข้อถกเถียงกันว่า ผู้สมัคร สว.มีอำนาจฟ้อง กกต.ได้หรือไม่ ก่อนหน้านี้ มีคำพิพากษาของศาลอาญาทุจริต คดีหมายเลขดำที่ อท 185/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท 50/2569 ยกฟ้องในชั้นตรวจฟ้อง โดยวินิจฉัยข้อสาระสำคัญว่า รัฐเป็นผู้เสียหาย บุคคลที่มีอำนาจฟ้องแทนรัฐได้ คือ พนักงานอัยการ ดังนั้น ปมขู่จะฟ้อง กกต.ต้องถามกลับว่า ฟ้องในฐานะอะไร บุคคลเหล่านี้ โหนกระแส ไม่มีอำนาขฟ้อง โดยเฉพาะนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.จะนำเงินของกลางคดีฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงินไปว่าจ้างทนายความฟ้อง กกต.เป็นการยุ่งเหยิงพยานหลักฐานในสำนวนคดี เจตนาเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์ชัดเจนเพราะความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนเป็นความผิดมูลฐานการฟอกเงิน ส่วนที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ลงถนนเดินขบวนร่วมกับนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์หรือยิ่งชีพ ไอลอว์ ซึ่งตกเป๋นผู้ต้องหาที่ 3 ในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน พนบ.คอมฯ ฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน มีพี่สาวแท้ๆ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและคาอบครัวจังหวัดระยอง เข้ามาจุนคดีอาญาที่ สน.ทองหล่อ แล้วได้เจอกัน ตนมีข้อมูลหมด ยีห้อตน กัดไม่ปล่อยอยู่แล้ว
ส่วน นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต.เสียงข้างน้อย นำความลับในสำนวนคดีมาเปิดเผย ก่อนคำวินิจฉัยกลาง ต้องไปถาม คุณสิทธิโชติ เคยเป็นผู้พิพากษามาก่อน ให้ไปอ่านรัฐธรรมนูญ มาตรา 219 และจริยธรรมร้ายแรง พ.ศ.2561 การนำความลับในสำนวนคดี โดยเป็นสำนวนคดีเดียวกันมาเปิดเผย ก่อนศาลฎีกาชี้ขาด อาจเจอสอยฝ่าฝืนหรือไม่ปฎิบัติมาตรฐานจริยะรรมร้ายแรง จะเจอล้มช้างมากกว่า มาประดิษฐประดอยวาทกรรม และคุณเปิดเผยความลับในสำนวนโดยคดีไม่ถึงที่สุด ทำให้สังคมสับสน เพราะความเห็นต่าง มติเสียงข้างมาก ตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการวสืบสวน การไต่สวนและการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ.2561 และฉบับแก่ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2566 เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนคำวินิจฉัยเป็นมติเอกอันท์หรือไม่ ไม่เกี่ยวกัน คนละเรื่อง มั่ว พูดภาษาชาวบ้าน คือ แพ้มติในที่ประชุมแล้วพาล
วันนี้ เวลา 15.00 น.ตนจะเดิน่ทางไป สน.บางเขน กล่าวโทษกับนายธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ กับพวก ร่วมกับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.และนายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ ร่วมกับนายทะเบียนสภาทนายความกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมายแอบดอดถอนชื่อตนออกจากสมาชิกทนายความ ให้พี่น้องสือมวลชนติดตาม ตนได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สภานายกพิเศษ ตาม พรบ.ทนายความ มาตรา 20 แล้วตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน 2569 เพราะเพิ่งทราบเรื่องเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 โดยตนได้แจ้งให้พนักงานสอบสวน สน.ธรรมศาลาไว้แล้วประกอบส่วนหนึ่งของอุทธรณ์ ใครทำอะไรไว้ ต้องรับผิดชอบ สมัยหน้า อย่างไปเลือกนายธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความและผู้บริหารสภาพทนายความ มืออ่อนหัดและเครือข่ายพรรคส้ม โดยเอาองค์กรวิชาชีพไปให้บุคคลอื่นเอื้อประโยชน์โดยไม่ยึดหลักความถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมาย วันนี้ ตนจะไปแฉที่ สน.บางเขน ว่า นายธนพลฯ ขาดคุณสมบัติ มาตรา 35(4) หรือไม่ ปมตระบัดสินลูกความและศาลพิพากษาถึงที่สุดแล้ว แต่ในขณะเดียวก้น ตนไม่มีประวัติต้องอาชญากร และได้ยื่น แสดงต่อนายทะเบียนสภาทนายความ แต่ขณะนี้อาจใช้วิชามารชักออกไปแล้ว แต่ตนจะนำหลักฐานทั้งตนและนายธนพลฯให้ สภานายกพิเศษวินิจฉัยชี้ขาด หากนายธนพล คงเจี้ยงขาดคุณสมบัติ ให้เลือกนายกสภาทนายความคนใหม่ เอาคนที่รักองค์กรและไม่นำองค์กรไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ฝากพี่น้องทนายความทั่งประเทศอย่าไปเลือกทีมนายธนพล คงเจี้ยง ที่มีนโยบายประชานิยม โดยเอาเงินนายสมชีพ เทพอักษร คู่กรณีบ้านอยู่ภูเก็ตไปแจก อันนี้ตนไม่ยืนยัน แต่มีหลักฐานวันนี้จะนำไปแฉ แน่จริงอย่าหนีตน วันก่อนไปสภาทนายความให้จักจี้เอว หนีไปไหนล่ะ อย่าเก่งแต่ปาก เก่งแต่โซเชี่ยล แต่บริหารงานไม่เป็น ยี่ห้อตนบอกได้เลยว่า “กูกัดไม่ปล่อยแน่” เอาให้ติดคุกให้ได้ หากไม่มีเงิน 500 ล้าน อย่ามาค้าความกับตน แล้วจะหนาว พวกคุณต้องเจอของจริง
/////
แฮชแทก คดีฮั้ว สว. มติที่ประชุมใหญ่ กกต. สว.ปี 2567 มติ กกต.เสียงข้างมาก กกต.เสียงข้างน้อย ดร.ณัฏฐ์ ดร.ณีฐวุฒิ วงศ์เนียม สิทธิโชติ อินทรวเศษ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
