เมื่อ : 9 ต.ค. 2569

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า เทศกาลนวราตรี 

เป็นเทศกาลสำคัญของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ที่มีการสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นหนึ่งในเทศกาลทางศาสนาที่มีความโดดเด่นที่ชุมชนชาวฮินดูในประเทศไทยได้แสดงออกถึงความเคารพศรัทธาและ การร่วมสืบสานประเพณี และศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า โดยในปี 2569 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10–20 ตุลาคม 2569 กระทรวงวัฒนธรรมได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสนับสนุนการประกอบศาสนกิจของศาสนิกชนทุกศาสนา ตลอดจนการอนุรักษ์ สืบสาน และเผยแพร่มรดกทางศาสนาและวัฒนธรรมที่เกิดจากความหลากหลายทางศาสนา วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของประชาชน

   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า เทศกาลนวราตรีเป็นเทศกาลบูชาพระแม่ศรีมหาทุรคาเทวี ทั้ง 9 ปาง ตามคติความเชื่อของศาสนาฮินดู โดยมีความเชื่อเกี่ยวกับชัยชนะของพระแม่ทุรคาเหนือมหิงสาสูร ซึ่งสื่อถึงชัยชนะของความดีเหนือความชั่ว ตลอดช่วงเทศกาลมีการประกอบพิธีบูชาพระแม่ใน 3 ภาค ได้แก่ 

พระแม่ทุรคา เทวีแห่งพลังอำนาจและบารมี พระแม่ลักษมี เทวีแห่งโชคลาภและความมั่งคั่ง และพระแม่สรัสวดี

เทวีแห่งความรู้และสติปัญญาโดยวัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดเเขกสีลม) เป็นศูนย์กลางการประกอบพิธีและ

เป็นสถานที่สำคัญที่ประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาร่วมสักการะเป็นจำนวนมากในแต่ละปี การสืบสานเทศกาลดังกล่าวจึงเป็นการสืบสาน รักษา และต่อยอดมรดกทางศาสนาและวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า และเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยได้เรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรมที่มีความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรมของประเทศไทย

สำหรับกำหนดการเทศกาลนวราตรี ประจำปี 2569 เริ่มต้นในวันที่ 10 ตุลาคม มีพิธีบูชาขอพรองค์พระพิฆเนศและองค์เทพต่างๆ ต่อมาวันที่ 11 ตุลาคม มีพิธีบูชาเทพและอัญเชิญธงสิงห์ขึ้นสู่ยอดเสา เป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นเทศกาล วันที่ 14–16 ตุลาคม มีพิธีบูชาพระแม่ศรีมหาลักษมี 

   วันที่ 17 ตุลาคม เป็นพิธีอภิเษกสมรสระหว่างองค์พระศิวะมหาเทพและพระแม่ศรีมหาอุมาเทวี

ซึ่งจัดขึ้นปีละหนึ่งครั้ง แสดงถึงวัฒนธรรมการจัดรูปแบบของขบวนขันหมากและพิธีอภิเษกสมรสตามความเชื่อของศาสนาฮินดู จึงเป็นพิธีกรรมที่ได้รับความสนใจจากศาสนิกชน และคู่รักหรือคู่ครองที่จะมาขอพร

เพื่อการแต่งงาน และการสมหวังในความรัก

   วันที่ 18–19 ตุลาคม เป็นพิธีบูชาพระแม่ศรีมหาสรัสวดี โดยตลอดช่วงเทศกาลมีพิธีสวดบูชา

ถวายเครื่องสักการะ สรงน้ำและแต่งองค์เทวรูป รวมถึงพิธีอารตีไฟตามประเพณีของศาสนาฮินดู

ไฮไลต์สำคัญของเทศกาล คือ วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นวันวิชัยทัสมิ โดยวัดพระศรีมหาอุมาเทวีจะจัดขบวนแห่ประเพณีประจำปี จำนวน 8 ขบวน คือ 1. ขบวนคนทรงพระแม่ศรีมหาอุมาเทวี : เป็นเทวีแห่งอำนาจบารมีและวาสนา มีพลังอำนาจและความยิ่งใหญ่

2.ขบวนคนทรงพระขันธกุมาร : เป็นเทพแห่งสงคราม เทพแห่งนักรบ บูชาเพื่อให้มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน 3.ขบวนคนทรงองค์พระแม่กาลี : ผู้ที่บูชาพระแม่กาลีจะบังเกิดสันติสุข พระองค์จะประทานความสุขในระดับโลกียะแก่ผู้ครองเรือน 4. ขบวนราชรถองค์พระพิฆเนศ : เป็นเทพแห่งศิลปะวิทยา เทพแห่งความสำเร็จ ผู้บูชาสามารถผ่านพ้นอุปสรรคไปสู่ความสำเร็จได้ จะพ้นความทุกข์ไปสู่ความสุข ความอุดมสมบูรณ์ 5. ขบวนราชรถพระขันธกุมาร : ช่วยส่งเสริมความกล้าหาญ ความเข้มแข็ง และชัยชนะ 6. ขบวนราชรถองค์พระกฤษณะ : บูชาเพื่อให้มีความรักที่ดี มีคู่ครองที่ดีและความสัมพันธ์ที่อบอุ่น 7. ขบวนราชรถองค์พระกัตตวรายัน : บางตำนานเชื่อว่า เป็นองครักษ์ของพระแม่ศรีมหาอุมาเทวีหรือเป็นบริวารของพระแม่ศรีมหาอุมาเทวีและ 8. ขบวนราชรถองค์พระศรีมหาอุมาเทวี คือองค์พระแม่มหาลักษมีเทวี : บูชาเพื่อให้มีโชคลาภและความมั่งคั่งทางการงานและการเงิน และความรักที่มั่นคง และองค์พระแม่สรัสวดีเทวี : บูชาเพื่อปัญญา ความรู้ การศึกษา และเพื่อความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน พร้อมพิธีกรรมทางศาสนาและการแสดงนาฏยศิลป์อินเดีย เปิดโอกาสให้ศาสนิกชนและประชาชนร่วมสักการะตลอดเส้นทางขบวนแห่ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมสำคัญที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา มุ่งส่งเสริมให้เทศกาลและประเพณีทางศาสนาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างการเรียนรู้แก่ประชาชนและการยกระดับท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมสู่ระดับสากล โดยเทศกาลนวราตรีถือเป็นแบบอย่างของเทศกาลที่สามารถเชื่อมโยงมิติศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ชุมชน และการยกระดับทุนทางศาสนาและวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์เข้าด้วยกันได้ อย่างลงตัว เพราะในช่วงเทศกาลจะมีประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางมายังพื้นที่โดยรอบวัดจำนวนมาก เกิดการหมุนเวียนกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งร้านจำหน่ายเครื่องสักการะ อาหาร เครื่องแต่งกาย และบริการต่าง ๆ ซึ่งช่วยเสริมสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการร้านค้าและชุมชนโดยรอบ 

   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอเชิญชวนประชาชน ผู้สนใจร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์ของเทศกาลนวราตรี ณ วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขกสีลม)

ซึ่งนอกจากจะได้ร่วมสักการะองค์เทพตามความเคารพศรัทธาแล้ว ยังเป็นโอกาสอันดีในการร่วมสืบสานประเพณี วัฒนธรรมอันดีงาม รวมทั้งได้เรียนรู้มรดกทางศาสนาและวัฒนธรรมของชุมชนชาวฮินดูในประเทศไทย และร่วมกันส่งเสริมสังคมไทยให้เป็นสังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง ที่มีความเคารพในความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม แต่สามารถอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของความเสมอภาค เข้าใจและเอื้ออาทรต่อกัน