เมื่อ : 16 ต.ค. 2569

เมื่อวันที่ 12 – 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยศูนย์บริการวิชาการและวิจัย คณะวิทยาศาสตร์ ร่วมมือกับโรงเรียนเกาะกูดวิทยาคม และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จัดโครงการอบรม “ค่ายเยาวชนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเกาะกูด (เรียนรู้ สำรวจ วิเคราะห์ และสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ)” ณ โรงเรียนเกาะกูดวิทยาคม อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด โดยการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานระดับสากล ภายใต้โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP)/ กองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF)/ สำนักงานบริการโครงการแห่งสหประชาชาติ (UNOPS) ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการเชิงยุทธศาสตร์สำหรับทะเลจีนใต้และอ่าวไทย (Strategic Action Programme for the South China Seas and Gulf of Thailand : SCS-SAP) ร่วมกับองค์กรสิ่งแวดล้อมแห่งภูมิภาคแปซิฟิก (Pacific Environment : PE) ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญภายใต้โครงการยกระดับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งโดยชุมชนในจังหวัดตราด ประเทศไทย (Scaling Community-Led Coastal and Marine Conservation in Trat Province, Thailand) 

จากรายงานการประเมินระดับโลกของเวทีระหว่างรัฐบาลว่าด้วยนโยบาย-วิทยาศาสตร์ด้านความหลากหลายทางชีวภาพและบริการจากระบบนิเวศ (Intergovernmental Science-Policy Platform on Biodiversity and Ecosystem Services : IPBES) ที่ชี้ให้เห็นว่าสิ่งมีชีวิตทั่วโลกกว่า 1 ล้านชนิดกำลังเผชิญความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ประชาคมโลกจึงร่วมกันกำหนดกรอบงานคุนหมิง–มอนทรีออลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (Kunming–Montreal Global Biodiversity Framework: GBF) โดยมีเป้าหมายสำคัญตาม Target 3 หรือ “30x30” ที่มุ่งอนุรักษ์พื้นที่ทางทะเลและชายฝั่งอย่างน้อยร้อยละ 30 ภายในปี ค.ศ. 2030 ผ่านการจัดตั้งและบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครอง รวมถึงมาตรการอนุรักษ์เชิงพื้นที่อื่นที่มีประสิทธิผล (Other Effective Area-Based Conservation Measures: OECMs) ซึ่งสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพระดับชาติ (NBSAP) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ของประเทศไทย 

เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนเป้าหมายดังกล่าว ตลอดจนแก้ไขข้อจำกัดด้านข้อมูลพื้นฐานและเสริมสร้างศักยภาพการอนุรักษ์ของชุมชนท้องถิ่น

มหาวิทยาลัยรามคำแหงจึงร่วมมือกับ PE พัฒนาข้อเสนอโครงการและได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก UNEP/GEF/UNOPS SCS-SAP โดยมุ่งเน้นการอนุรักษ์และพัฒนาระบบบริหารจัดการระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งในจังหวัดตราด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง มีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางทะเลที่เปราะบาง และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลรักษาทรัพยากรและยกระดับการบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประสิทธิผลและความยั่งยืนในระยะยาว

การจัดค่ายเยาวชนในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้และพัฒนาศักยภาพเยาวชนในพื้นที่ให้เป็นกำลังสำคัญในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ผ่าน 5 วัตถุประสงค์หลัก ได้แก่:

1. ตระหนักรู้คุณค่าท้องถิ่น: เพื่อให้เยาวชนเข้าใจความสำคัญเชิงระบบนิเวศและเศรษฐกิจสังคมของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

2. เข้าใจนิเวศวิทยาแบบเชื่อมโยง: เพื่อเรียนรู้ความสัมพันธ์ของ 3 ระบบนิเวศสำคัญ ได้แก่ ป่าชายเลน – หาดทราย – แนวปะการัง ในฐานะระบบนิเวศที่เกื้อกูลและเชื่อมโยงกัน

3. ลงมือปฏิบัติจริงในภาคสนาม: เพื่อพัฒนาทักษะการสำรวจระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่จริง พร้อมทั้งเรียนรู้กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างมีหลักการทางวิทยาศาสตร์

4. ปลูกฝังจิตสำนึกการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน: เพื่อส่งเสริมความตระหนักรู้ในการดูแลรักษาและการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติให้อยู่คู่ชุมชนอย่างสมดุล

5. สร้างทักษะการสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลง: เพื่อพัฒนาศักยภาพเยาวชนให้สามารถถ่ายทอดเรื่องราว ความสำคัญ และแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลไปสู่นักท่องเที่ยว ชุมชน และสาธารณชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมยังได้เรียนรู้และทดลองใช้งานแอปพลิเคชัน TH-BIF Journey ซึ่งพัฒนาโดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และแอปพลิเคชัน iNaturalist เพื่อส่งเสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง (Citizen Science) ผ่านการสำรวจ บันทึก และศึกษาข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ อันเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์จากประสบการณ์จริง และสร้างการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 

ผศ.ดร.วิชิน สืบปาละ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และหัวหน้าโครงการยกระดับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งโดยชุมชนในจังหวัดตราด ได้กล่าวถึงเจตนารมณ์ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้

 "ค่ายเยาวชนครั้งนี้เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนการอนุรักษ์ผ่านกลไกพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ (OECMs) ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายองค์กร โดยความตั้งใจหลักของเราคือการนำองค์ความรู้ระดับสากลมาปลูกฝังเป็นรากฐานและสร้างทัศนคติที่ดีให้แก่เยาวชน เพราะเชื่อมั่นว่าเยาวชนคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ จะเป็นพลังและกำลังสำคัญที่สุดในการสืบทอด ดำรงรักษา และใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลของบ้านเกิดตนเองได้อย่างยั่งยืนในอนาคต"

นายวุฒินันท์ จันทร์นพรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเกาะกูดวิทยาคม ได้กล่าวถึงประโยชน์ที่นักเรียนได้รับ พร้อมแสดงความขอบคุณต่อโครงการและภาคีเครือข่าย

 "โครงการนี้ได้เปิดโลกการเรียนรู้และมอบประสบการณ์ตรงที่หาไม่ได้จากห้องเรียนปกติ ให้เด็กๆ ได้ลงมือปฏิบัติจริง ทั้งการศึกษาระบบนิเวศชายหาด ป่าชายเลน แนวปะการัง รวมถึงการลงดำน้ำสัมผัสแปลงปะการังเทียมในพื้นที่จริง ที่สำคัญคือการฝึกฝนให้นักเรียนก้าวสู่การเป็น 'นักสื่อสารด้านการอนุรักษ์และการท่องเที่ยว' ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ กิจกรรมที่จัดขึ้นยังเป็นโครงการที่ดีอย่างยิ่งในการนำองค์ความรู้ที่นักเรียนได้รับไปบูรณาการร่วมกับชุมชน และต่อยอดประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่และเป้าประสงค์ของโรงเรียนอย่างแท้จริง ต้องขอขอบคุณทางโครงการและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเป็นอย่างสูง ที่นำโอกาสดีๆ มามอบให้แก่เยาวชนเกาะกูดในการพัฒนาศักยภาพตนเองเพื่อบ้านเกิด"

วิทยากรของค่ายเยาวชนฯ ครั้งนี้ประกอบด้วย รศ.ดร.มาฆมาส สุทธาชีพ, ดร.ดุษณี เชยทอง, นายพีรเดช จวบศักดิ์, นายอริย์รัช วงศ์ณัทปรานนต์, นายฤทธิ์ไกร ไขแสง นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากผู้นำชุมชน และกลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ นายสุธี ศิริราชนิยม (ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 บ้านคลองหินดำ) นายพรพิพัฒน์ เพิ่มทรัพย์ (ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 บ้านคลองเจ้า) นายชาตรี ทศดารา (ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 บ้านอ่าวใหญ่) นายสมเกียรติ์ ทศดารา (ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านสลักลึก/บ้านสลักหลุด) นายสุรชัย รำไพ, นางทัศนีย์ รำไพ และนางวาสนา สิงหพันธ์ 

นายสุรินทร์ พนมทม ประธานชมรมผู้สูงอายุอำเภอเกาะกูด ให้เกียรติกล่าวโอวาทแก่นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ

"เยาวชนคนรุ่นใหม่คือหัวใจสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนและสืบทอดการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเกาะกูดอย่างยั่งยืนในอนาคต ขอขอบคุณคณะทำงานและโครงการเป็นอย่างยิ่งที่ได้มองเห็นความสำคัญของพื้นที่ เข้ามาร่วมมือกับโรงเรียนเกาะกูดวิทยาคมในการจัดกิจกรรมอันมีคุณค่ายิ่งเช่นนี้ ซึ่งไม่เพียงแต่มอบความรู้ แต่ยังช่วยปลูกฝังจิตสำนึกรักบ้านเกิดให้แก่ลูกหลานและเยาวชนชาวเกาะกูด เพื่อให้พวกเขาสามารถดูแลรักษาทรัพยากรทางทะเลอันทรงคุณค่าให้อยู่คู่ชุมชนต่อไป"

รศ.ดร. ธรรมศักดิ์ ยีมิน กลุ่มวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพในทะเล คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล ในคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยรามคำแหงให้ความสำคัญกับการให้โอกาสทางการศึกษา การบริการทางวิชาการแก่ชุมชน การฝึกอบรมนักเรียน นักศึกษา และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ขณะนี้คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงกำลังพัฒนาหลักสูตรปริญญาตรี ด้านนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ทางทะเลและความยั่งยืน หลักสูตรปริญญาโท-เอก ด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลและความยั่งยืน ซึ่งจะช่วยสร้างทรัพยากรบุคคลสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืนในทะเลไทย” 

เสียงสะท้อนและความประทับใจจากเยาวชนโรงเรียนเกาะกูดวิทยาคม:

“ชอบมาก สนุกมาก มีโอกาสมาจัดกิจกรรมอีก อยากให้จัดกิจกรรมดำน้ำดูปะการังอีก กิจกรรมสนุกมาก อาหารอร่อยมาก ประทับใจวิทยากรทุกคนน่ารัก ใจดี และเป็นกันเองกับน้องๆ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน ได้ไปในที่ที่ไม่เคยไป ได้ฝึกฝนการนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษ และที่สำคัญคือได้ค้นพบตัวเอง จนอยากเติบโตไปเป็นนักดำน้ำและศึกษาต่อด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลในอนาคต!”

ตลอดระยะเวลา 3 วัน เยาวชนผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่เพียงแต่ได้รับความรู้เชิงวิชาการจากผู้เชี่ยวชาญ แต่ยังได้ลงพื้นที่สำรวจธรรมชาติจริง รวมถึงฝึกฝนเทคนิคการเล่าเรื่อง (Storytelling) และการสื่อสารความหมายธรรมชาติ เพื่อให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ สามารถก้าวขึ้นมาเป็น “สื่อกลาง” ในการเชื่อมโยงการอนุรักษ์ร่วมกับภาคการท่องเที่ยวและชุมชนได้อย่างยั่งยืน

ความสำเร็จของโครงการนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลโดยชุมชน (OECMs) ของจังหวัดตราด โดยอาศัยพลังของเยาวชนและกระบวนการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการรักษาความสมบูรณ์ของอ่าวไทยและทะเลจังหวัดตราดต่อไปในอนาคต


ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ