สสปน. ต่อยอดมาตรฐานไมซ์ไทยสู่โอกาสทางธุรกิจ ผ่าน TMVS Promotional Campaign เชื่อม ”มาตรฐาน” สู่ ”ตลาด” ยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ไทยแข่งขันเวทีโลก
สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. (TCEB) แถลงความสำเร็จของ MICE Standards Promotional Campaign ภายใต้แนวคิด "Standards-to-Market" ซึ่งมุ่งเชื่อมโยงมาตรฐานไมซ์ไทยสู่โอกาสทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการสร้างการรับรู้ การจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และการสร้างเครือข่ายกับผู้จัดงานทั้งในประเทศและระดับอาเซียน ตอกย้ำบทบาทของมาตรฐานไมซ์ไทยในฐานะเครื่องมือสำคัญที่ช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านไมซ์คุณภาพของภูมิภาคอย่างยั่งยืน
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สสปน. ได้พัฒนาและผลักดันการนำ มาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย (Thailand MICE Venue Standard: TMVS) มาตรฐานการบริหารการจัดงานอย่างยั่งยืนประเทศไทย (Thailand Sustainable Event Management Standard: TSEMS) และ มาตรฐานสถานที่จัดงานอาเซียน (ASEAN MICE Venue Standard: AMVS) ไปใช้ในสถานประกอบการทั่วประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพสถานที่จัดงานทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี ความปลอดภัย การบริหารจัดการ และการดำเนินงานตามแนวทางความยั่งยืน สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้จัดงานและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดไมซ์ระดับสากล
อย่างไรก็ตาม สสปน. มองว่าการมีมาตรฐานเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ หากไม่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการได้ จึงได้ดำเนิน MICE Standards Promotional Campaign เพื่อเชื่อมโยง "มาตรฐาน" เข้าสู่ "ตลาด" ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการตลาดเชิงรุก การประชาสัมพันธ์ การสร้างเครือข่ายธุรกิจ และการจับคู่ธุรกิจระหว่างสถานที่จัดงานที่ได้รับการรับรองมาตรฐานกับกลุ่มผู้จัดงาน ผู้ซื้อ (Buyers) และองค์กรที่มีศักยภาพในการจัดกิจกรรมไมซ์
ภายใต้โครงการดังกล่าว สสปน. ได้นำผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเข้าร่วมกิจกรรมในงานแสดงสินค้าสำคัญอย่าง Thailand HR Tech Conference & Exposition 2026 ซึ่งเป็นเวทีที่รวบรวมผู้จัดงาน องค์กรภาคธุรกิจ สมาคมวิชาชีพ และผู้ซื้อจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พบปะผู้ตัดสินใจโดยตรง พร้อมนำเสนอศักยภาพของสถานที่จัดงานที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน
หนึ่งในกลไกสำคัญของโครงการคือ กิจกรรม Business Matching ซึ่งช่วยเชื่อมโยงผู้ประกอบการสถานที่จัดงานกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นองค์กรภาคเอกชน สมาคมวิชาชีพ ผู้จัดประชุมและสัมมนา ผู้จัดงานแสดงสินค้า บริษัทรับจัดงาน หน่วยงานภาครัฐ รวมถึงผู้ซื้อจากต่างประเทศ ผ่านการนัดหมายเจรจาธุรกิจและนำเสนอศักยภาพของสถานที่ ส่งผลให้เกิดโอกาสในการรับงานใหม่ สร้างเครือข่ายพันธมิตร และเพิ่มโอกาสทางการตลาดอย่างเป็นรูปธรรม
ผลการดำเนินงานสะท้อนให้เห็นว่า มาตรฐาน TMVS, TSEMS และ AMVS ได้รับการยอมรับมากขึ้นในฐานะหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการพิจารณาคัดเลือกสถานที่จัดงานของทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะองค์กรที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และการดำเนินงานตามหลัก ESG และ Sustainability ขณะเดียวกัน สถานประกอบการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสามารถเพิ่มความน่าเชื่อถือ ขยายฐานลูกค้า และสร้างโอกาสในการเข้าถึงงานระดับประเทศและระดับนานาชาติได้อย่างชัดเจน
ภายในงานแถลงข่าวครั้งนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากผู้ใช้งานสถานที่และผู้จัดงานชั้นนำที่ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรงถึงคุณค่าของมาตรฐานไมซ์ไทย อย่างงาน Thailand HR Tech Conference & Exposition 2026 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การเลือกใช้สถานที่ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน TMVS, TSEMS และ AMVS ช่วยลดความเสี่ยงในการจัดงาน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ร่วมงาน ผู้สนับสนุน และผู้แสดงสินค้า ตลอดจนสนับสนุนการจัดงานตามแนวทางความยั่งยืนที่เป็นความคาดหวังของผู้จัดงานระดับนานาชาติในปัจจุบัน
ทั้งนี้ ผู้ร่วมแถลงข่าวจากทุกภาคส่วนได้ร่วมส่งสารสำคัญว่า "มาตรฐาน TMVS และ TSEMS ไม่ได้สร้างประโยชน์เฉพาะแก่สถานที่จัดงาน แต่ยังสร้างคุณค่าให้กับผู้ใช้งานสถานที่ โดยช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มความมั่นใจ ยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมงาน และสนับสนุนให้ผู้จัดงานสามารถส่งมอบงานคุณภาพระดับสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนำไปสู่การเติบโตของอุตสาหกรรมไมซ์ไทยในระยะยาว"
ความสำเร็จของ MICE Standards Promotional Campaign สะท้อนบทบาทของ สสปน. ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยผ่านแนวคิด Standards-to-Market ที่ไม่เพียงยกระดับมาตรฐานสถานที่จัดงาน แต่ยังสามารถเปลี่ยน "มาตรฐาน" ให้กลายเป็น "โอกาสทางธุรกิจ" สร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการ เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้จัดงาน และเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการจัดประชุม นิทรรศการ และงานแสดงสินค้าคุณภาพของอาเซียนและระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน
